สารจากคณะกรรมการ

ในปีที่ผ่านมา แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มฟื้นตัวก็ตามสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ กอปรกับหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงทำให้สถาบันการเงินยังคงมีมาตรการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ปี 2560 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 18,101 ล้านบาท ลดลง 6.3% ในขณะที่กำไรสุทธิ 3,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.95 เท่า ซึ่งลดลงจาก 1.11 เท่าในปี 2559 และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.1% นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ออกหุ้นกู้จำนวน 5,500 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.56% ต่อปี โดย TRIS ยังคงจัดอันดับ Credit Rating ของบริษัทที่ระดับ A- (Stable)

ปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งแนวราบและอาคารชุดในเขตกรุงเทพและปริมณฑลและต่างจังหวัดรวมทั้งสิ้นจำนวน 79 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 47,000 ล้านบาท

บริษัทยังคงมีนโยบายที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องภายใต้นวัตกรรมใหม่ๆ โดยในปีที่ผ่านมาได้พัฒนาโครงการแนวราบภายใต้ชื่อ Q District ที่เน้นความหลากหลายของสินค้าและระดับราคาที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนในโครงการให้มีความน่าอยู่และปลอดภัย

สำหรับปี 2561 กลุ่มบริษัทยังยึดมั่นกับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลที่ดีและโปร่งใส เพื่อให้นักลงทุน ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลการประเมินการสำรวจการกำกับดูแลกิจการตามโครงการ CGR ในระดับดีเลิศ (Excellent)

ท้ายสุดนี้ คณะกรรมการบริษัทใคร่ขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ธนาคารและสถาบันการเงิน คู่ค้า พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา และบริษัทจะยังคงกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจบริษัทฯ ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดีเพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


(นายบุญสม เลิศหิรัญวงศ์)
ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ